Languages

การประชุมสนทนากลุ่มประชาสังคมภาคอีสาน"ภาพลักษณ์และการพัฒนากลยุทธการสื่อสารเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรภาคประชาสังคมและพันธมิตร"

ภาพลักษณ์และการพัฒนากลยุทธการสื่อสารเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรภาคประชาสังคมและพันธมิตร, CSPP
Image credit: CSNM

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2560 โครงการหุ้นส่วนประชาสังคม อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ศูนย์ประชาสังคมและการจัดการองค์กรเอกชนสาธารณประโยชน์ ได้จัดประชุมสนทนากลุ่ม องค์กรประชาสังคมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของการวิจัย หัวข้อ “ภาพลักษณ์ และกลยุทธ์การสื่อสารเพื่อสร้างความความร่วมมือระหว่างองค์กรภาคประชาสังคมและพันธมิตร” มีตัวแทนจากองค์กรต่างๆที่มีบทบาทในภาคประชาสังคมเข้าร่วมทั้ง องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรสาธารณประโยชน์ ศาสนา ประชาคมจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคธุรกิจ และสื่อมวลชน รวมทั้งหมด 8 คน โดยมีทีมที่ปรึกษา เป็นวิทยากรกระบวนการ  สำหรับเนื้อหาที่สำคัญในการประชุม แลกเปลี่ยนนั้น ได้แก่ การทำความรู้จักองค์กรและงานที่แต่ละคนทำที่ส่งผลต่อสังคม การทบทวนมุมมอง และความหมายต่อ “ประชาสังคม”  (civil society) ซึ่งแต่ละคนมีทัศนะที่แตกต่างกัน มีทั้งมุมมองในแง่องค์กรที่ว่า ภาคประชาสัคงม เป็น “ภาคส่วนที่สาม” (the third sector) นอกจากภาครัฐ ธุรกิจ ที่เข้ามาสร้างความสมดุลในการพัฒนาสังคม ขณะที่ในอีกด้านหนึ่ง ก็มีทัศนะว่า ประชาสังคม เป็นพื้นที่สาธารณะ (public space) ที่ประกอบด้วย ผู้เล่น (actors) จากหลายภาคส่วน ทั้งองค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรสาธารณประโยชน์ (ทั้งที่มีการจด หรือไม่ได้จดทะเบียนในรูปแบบต่าง) องค์กรศาสนา องค์กรภาคธุรกิจ ภาครัฐ/อปท. เป็นต้น ล้วนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในเวที ประชาสังคมได้ นอกจากนี้ยังเห็นว่า การเข้าร่วมยังเป็นได้ทั้งในระดับปัจเจกบุคคล ที่มี “จิตสาธารณะ” และระดับองค์กร อย่างไรก็ตาม ส่วนที่เห็นร่วมกันก็คือ ประชาสังคม จะไม่ครอบคลุมถึงกลุ่ม/องค์กรที่ มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อประโยชน์ทางการเมือง ธุรกิจเฉพาะตน หรือ “กลุ่มผลประโยชน์” นั่นเอง 
          ในด้านภาพลักษณ์ (image) ของประชาสังคมนั้น ประชาชนทั่วไปที่ยังมีความเข้าใจต่อภาคประชาสังคมที่แตกต่างกัน ทั้งในแง่ การทำงานที่อยู่ฝั่งตรงข้าม หรืออาจถึงขั้นเป็นปฏิปักษ์กับรัฐ ทำให้เป็นอุปสรรค ต่อการทำงานร่วมกันในรูปแบบ “ภาคีหุ้นส่วน” (partnership) กับหน่วยงานภาครัฐ-ธุรกิจ ซึ่งในบางกรณีมีทัศนะหรือจุดยืนที่แตกต่างกัน จึงต้องมีการจัดความสัมพันธ์ที่เหมาะสม ทั้งความร่วมมือ หรือตรวจสอบ ขณะเดียวกัน ยังเห็นว่า ในปัจจุบันมีช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย ก็อาจเป็นทั้งโอกาสและอุปสรรค ในการสร้างความเข้าใจกับสังคม ให้เกิดความร่วมมือกับภาคประชาสังคมในอนาคต จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการเผยแพร่ ผลการดำเนินงานที่ส่งผลกระทบ (impacts) ต่อสังคมอย่างชัดเจนจนเกิดการยอมรับในวงกว้างยิ่งขึ้น
          สำหรับความท้าทายที่สำคัญร่วมกันของภาคประชาสังคมกำลังเผชิญร่วมกันมีหลายประการ เช่น การสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมทั้งในเชิงประเด็น  พื้นที่เมือง-ชนบท หรือแม้แต่ครือข่ายคนทำงาน เพราะบางองค์กรยังมีวัฒนธรรมการทำงานเฉพาะตนและมีความเป็นปัจเจกสูง, การทำงานในพื้นที่ร่วมที่มักจะไม่อยู่ในรูปขององค์กร เน้นการทำงานแบบอาสาสมัคร จึงไม่สามารถสั่งการใครได้  ในขณะที่ยังมีความจำเป็นต้องมีระบบการบริหารจัดการที่ดี และที่สำคัญก็คือ แหล่งทุนในการทำงานของภาคประชาสังคมที่เกือบทั้งหมด มาจากการรับการสนับสนุนจากแหล่งทุนต่างประเทศ การบริจาคหรือการสนับสนุนจากแหล่งทุนภายในประเทศมีเพียงส่วนน้อย นอกจากนี้แล้วปัจจัยภายนอกโดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบัน ก็ถือได้ว่า เป็นข้อจำกัดสำคัญ ที่ทำให้องค์กรในภาคประชาสังคม ไม่สามารถมีส่วนร่วมและแสดงออกได้อย่างเต็มที่