เลือกภาษา

ความเป็นมา

เมื่อเดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2557 (ค.ศ. 2013) รัฐบาลบารัค โอบามา แห่งสหรัฐอเมริกาได้มีการประกาศจุดยืน “การอยู่เคียงข้างภาคประชาสังคม” เป็นการเรียกร้องให้ทั่วโลกให้การสนับสนุน ปกป้อง และดำรงไว้ซึ่งภาคประชาสังคมท่ามกลางกระแสข้อจำกัดในการดำเนินงานขององค์กรภาคประชาสังคมทั่วโลก  โดยการร่วมมือกับรัฐบาลอื่นๆ กลุ่มเพื่อการกุศล และพหุภาคีริเริ่ม ได้แก่  องค์กร the Community of Democracies and Lifeline: Embattled CSO Assistance Fund ที่ให้การช่วยเหลือภาคประชาสังคมด้านความพร้อมทางการเงิน

รัฐบาลสหรัฐอเมริกามุ่งให้ความช่วยเหลือในสามประเด็น คือ (1) การสนับสนุนทางด้านกฎหมาย, นโยบาย, และการดำเนินงานที่จะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำงานของภาคประชาสังคมตามมาตรฐานสากล (2) การประสานงานด้านพหุภาคี, การกดดันทางการทูตเพื่อให้เกิดการผ่อนปรนข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานขององค์กรภาคประชาสังคม และ (3) การหาวิธีการใหม่ ๆ ในการให้การสนับสนุนทางด้านเทคนิค การเงิน และลอจิสติก เพื่อเสริมสร้างสังคมแห่งความโปร่งใสและก้าวหน้า นอกจากนี้แล้ว รัฐบาลโอบามายังได้เริ่มเดินหน้าโครงการที่ริเริ่มใหม่ คือ ศูนย์นวัตกรรมภาคประชาสังคมแห่งภูมิภาค (Regional Civil Society Innovation Center) โดยร่วมมือกับรัฐบาลสวีเดน และเครือข่ายพัฒนาข่าน (the Aga Khan Development Network) เพื่อสนับสนุน และเชื่อมโยงภาคประชาสังคมทั่วโลกผ่านเครือข่ายศูนย์นวัตกรรมภาคประชาสังคมแห่งภูมิภาคดังกล่าว

ศูนย์นวัตกรรมภาคประชาสังคมระดับภูมิภาค 6 แห่งที่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย จะถูกก่อตั้งขึ้นทั่วโลก โดยที่ศูนย์ฯ ดังกล่าวจะสนับสนุนงานขององค์กรภาคประชาสังคมและเครือข่าย โดยการเชื่อมโยงองค์กรภาคประชาสังคมในระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมถึง สมาชิกใหม่ และทรัพยากรเข้าด้วยกัน, เสริมสร้างการเรียนรู้แบบ บุคคล-ต่อ-บุคคล (peer-to-peer), ช่ช่วยเหลือด้านการจัดทำแผนงานที่เป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับสถานการณ์จริง เพื่อเอื้อให้พวกเขาสามารถเข้าถึงเครื่องมือและเทคโนโลยีที่จะช่วยสนับสนุนการทำงานของพวกเขาได้, ตลอดจนช่วยเป็นปากเป็นเสียงให้กับองค์กรภาคประชาสังคมทั่วโลก  ทั้งนี้ องค์กรภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา และพันธมิตรด้านเทคโนโลยีจะช่วยในการจัดหาทรัพยากรทางการเงิน รวมถึงทรัพยากรอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ตัวเงินเพิ่มเติม ตลอดจนผู้เชียวชาญทางเทคนิคเพื่อช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับภาคประชาสังคม

รัฐบาล โอบามาได้อุดหนุนทรัพยากรเพิ่มเติม และดำเนินการในประเด็นใหม่ๆ คือ การร่วมมือกับรัฐบาลอื่น ๆ สถาบัน และหน่วยงานระดับภูมิภาคและระดับพหุภาคี, กลุ่มเพื่อการกุศล, และภาคเอกชน เพื่อขยายพื้นที่ของภาคประชาสังคมทั่วโลก และขับเคลื่อนจุดยืนแห่งการอยู่เคียงข้างภาคประชาสังคมให้รุดหน้า

รัฐบาลสหรัฐอเมริการ่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นจัดตั้งวิทยาลัยการบริหารจัดการภาคประชาสังคมและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ขึ้นเป็นแห่งแรกของภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ วิทยาลัยฯ จะช่วยให้นักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย จำนวนปีละ 140 คน และผู้นำจากองค์กรภาคประชาสังคม จำนวน 40 คน จากพื้นที่ลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ได้สำเร็จการศึกษา หรือได้รับใบรับรองการศึกษา ที่จะช่วยเสริมสร้างทักษะด้านการบริหารจัดการองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรให้กับบุคลากรได้ ในอีกสามปีข้างหน้า มหาวิทยาลัยจะพัฒนาหลักสูตรปริญญาตรีและปริญญาโทรวมถึงหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้บริหาร (หลักสูตรที่ไม่ได้รับปริญญาบัตร) และจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการประสานงานระดับภูมิภาค, การแลกเปลี่ยนวิธีปฏิบัติหรือขั้นตอนการปฏิบัติที่ทำให้องค์การประสบความสำเร็จหรือนำไปสู่ความเป็นเลิศ, และการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้นำภาคประชาสังคม.